 My "SWEET FANTASY 2009" ... My "SWEETEST TIME" ... The Delighted Day~~  
. 
. โฮะๆๆ ในที่สุดก็ได้เวลามาอัพต่อจนได้อ่ะนะเคอะ ที่จริงอยากอัพตั้งแต่วันจันทร์แล้ว แต่ว่างานโน่นนี่เยอะแยะมากมาย ได้แต่นั่งมองบล็อกตัวเองตาปริบๆ เพราะต้องสะสางงานให้เรียบร้อยก่อนอ่ะนะเคอะ ถึงจะมาทำบล็อกต่อได้ (แต่ได้ข่าวว่า มันนั่งอ่าน+แปล MC แต่ละรอบอย่างเมามันส์ซะงั้นได้นะ พี่น้องท่านใด ได้ MC ของข้าพเจ้าไป กรุณาเซฟเก็บไว้หน่อยนะเคอะ เดี๋ยวจะไปตามเคอะ เพราะอันตัวข้าพเจ้านี้ แปลแล้วไม่เคยเก็บเคอะ หุหุหุ )
สำหรับเอนทรี่นี้ ยังไม่มีอะไรหรอกนะเคอะ เป็นการสาดภาพล้วนๆ โดยขี้เกียจอธิบายอะไรมากมาย เหมาะกับคนขี้เกียจอ่านอย่างยิ่ง ส่วนเอนทรี่ความมันส์และเบื้องหลังที่สนุกสนานนั้น จะลงคราวหน้าค่ะ ถ้าเป็นไปได้ ก็จะต่อคืนนี้ให้จบเลยค่ะ หุหุหุ  และสุดท้าย ก่อนจะเข้าเรื่องเที่ยว... ก็ต้อง... ยินดีและดีใจกับโจ้อี้ที่รักด้วยน้อออออ ที่ในที่สุดๆๆๆ ปีนี้ๆๆ โจ้อี้ก็ได้ที่นั่งในฮอลล์  ชั้นที่ 1 แถว 2  
จนด๊ายยยยยยยย กรี๊ดดดดๆๆๆๆ ดีใจประหนึ่งได้ไปดูเอ๊งงงงงงง  ดีใจด้วยจริงๆๆๆ เล้ยยยเค้อออออ แถมอีกวันก็ยังดีสุดๆๆๆ เลยนะเคอะ ไม่นึกไม่ฝันเลยว่า ปีนี้พวกเราจะมีดวงได้ที่นั่งกันดีสุดๆๆ แบบนี้เนี่ย  ปล. โจ้อี้ๆๆ นี่จะมีใครแอบคิดกันมั้ยว่า เราไปอ๊อคตั๋วกันมาเนี่ย แอบสงสัยนะเนี่ย หึหึหึหึหึหึหึหึหึ  . 

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารเช้าบนเครื่อง ไส้กรอก มันบด และออมเล็ต

และครัวซองต์แฮมไก่ อาหารเที่ยงรองท้องก่อนลงเครื่อง  
หลังจากผ่านด่านสนามบินกันเรียบร้อยแล้ว ก็จับ N'Ex เข้าโตเกียวกันเลยเจ้าค่ะ สำหรับคราวนี้ ลงทุนซื้อ JR East Pass กัน เพราะแค่ค่าชินกันเซนขึ้นไปเซนได ก็คุ้มแสนคุ้มแล้ว ยังไม่รวมค่าไปอุทจึโนะมิยะและค่ารถไฟ JR ที่สามารถขึ้นได้สายต่างๆ รวมทั้งค่า N'Ex นี่เลยเคอะ ก็เลยเหมือนประหนึ่งได้นั่ง N'Ex ฟรี 
ย่านแถวๆ ที่พักยามเย็นค่ะ คราวนี้ก็พักกันที่เดิมอีกแล้ว ติดใจแถวนี้จริงๆ 
เพิ่งรู้ว่าแถวที่พักก็มีร้านขายอาหารกล่องหรือ เบนโตะ นั่นแหละค่ะ แบบว่าที่ตกใจก็คือ เป็นเบนโตะที่อลังการงานสร้างมากมาย แต่ราคาดูสิคะ กล่องละ 250 เยนเท่าน้านนนนน คนซื้อกันเพียบจริงๆ เลยค่ะ นี่แอบถ่ายตอนจังหวะคนหายตัวแว่บเดียวเอง  
เหมียวๆ ที่น่ารัก ถูกขัง (หรือเปล่า? ) อยู่แถวๆ ย่านหอพักใกล้ๆ นั้น แอบสงสัยแมวที่นี่อยู่อย่าง แบบว่า ร้อง "เมี๊ยวๆๆ" มันไม่สนกันเลยค่ะ แต่ว่าพอร้อง "เนี๊ยะๆๆ" (ประมาณเสียงคำเรียกเหมียวในภาษาญี่ปุ่น) มันหันกันเลยทีเดียว 
อาหารเย็นมื้อแรกที่ญี่ปุ่น กับร้านราเมงแบบจีน  
ราเมงเผ็ดสไตล์จีน (ผักข้างๆ อร่อยมากเลยค่ะ แต่ว่า ทำไมมันไม่เผ็ดเล้ยยยยยย แต่สาวญี่ปุ่นข้างๆ น้ำหูน้ำตาไหลใหญ่ ) และเซ็ตผัดถั่วงอกกับตับหมู (น้องสาวกินได้ธรรมดาจริงๆ) แล้วก็เกี๊ยวซ่าเจ้าค่ะ 
โฮะๆๆ เช้าวันใหม่กับการเดินทางแสนสนุกสุดๆ ในชีวิต มุ่งสู่เมืองสำคัญอีกแห่งในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในภูมิภาคโทโฮคุ ที่ได้รับการขนานนามว่า เมืองแห่งต้นไม้ "เซนได"

ภายในตู้แบบกรีนคาร์ (ก็แบบเฟิร์สคลาสของชินกันเซนน่ะเจ้าค่ะ) ดูแล้วรู้สึกคุ้นตาคุ้นใจกันบ้างมั้ยเอ่ย ใครที่ข้าพเจ้าเล่าไปแล้ว ลองจิ้นตามนะคะ ที่นั่งตัวริมหน้าต่างทางขวามือ แถวที่ 3 และแถวที่ 4 จากด้านหลัง ตรงที่ชายหนุ่มคนนั้นนั่งอยู่คือ ที่ของเคตะ และด้านหน้าเคตะ ก็จะเป็นใครไปมะได้เลยเจ้าค่ะ หุหุหุ หนุ่มร็อคในชุดดำทั้งชุดที่แสนหล่อสุดๆ แห่งค่ำคืน (จะเล่ารายละเอียดต่อในพาร์ท โฮลี่ไนท์ ค่ะ) คงมะต้องบอกเลยชิมิคะว่าใคร ส่วนท่านพี่เฮนั้น นั่งอีกฟากแยกเป็นเอกเทศจากชาวบ้านเค้าเลยเคอะ เหอๆๆ  
ส่วนล้างมือในชินกันเซน (ไม่ใช่ห้องน้ำนะคะ ห้องน้ำอยู่อีกฟาก) แบบประทับใจมากเลย เพราะแค่ยื่นมือไปตรงฝั่งที่เป็นสบู่ โฟมล้างมือสีชมพูอ่อนๆ แสนนุ่มก็ฉีดออกมาใส่มือเลยค่ะ ชอบมากมาย ขยันมาล้างบ่อยๆ อีกต่างหาก  
อาหารเช้าบนชินกันเซนครั้งแรกในชีวิต แบบเมื่อก่อนนั่งทีไร ก็ยังไม่เคยซื้อกินจากรถเข็นบนนั้นเลย เพิ่งมีคราวนี้แหละค่ะ แซนด์วิชสารพัดไส้กล่องละ 480 เยน และกาแฟร้อน (ของ UCC ด้วยเคอะ) ถ้วยละ 300 เยน (ไม่กินไม่ได้เคอะ ข้าพเจ้าต้องตายแน่แท้ เพราะเป็นโรคคอฟฟี่ลิสซึ่มอย่างรุนแรง) 
เพียง 1.40 ชม. จากโตเกียว เราก็มาอยู่บนดินแดนแห่งต้นไม้แสนร่มรื่นกันแล้วค่ะ ก่อนอื่นก็ต้องเข้าเช็คอินที่โรงแรมกันให้เรียบร้อย ปีนี้ก็เลือกพักเครือเดิมที่เคยพักมาตลอด Toyoko Inn ณ เซนได 
คราวนี้ลองพักแบบห้องทวินดูบ้างค่ะ สำหรับสาขานี้นั้น อยากจะกรีดร้องด้วยความช๊อบบบบชอบบบบบจริงๆ เลยเจ้าค่ะ เพราะว่ามันมี "เครื่องกดกาแฟทุกรสแบบอัตโนมัติ" ไว้บริการแบบฟรีๆๆ !!!!!! เลยเจ้าค่า ย้ำว่าทุกรสจริงๆ ทั้งแบบอเมริกาโน่ คาปูชิโน่ คาเฟลาเต้ คาเฟโอเลย์ มอคค่า และอื่นๆ อีกมากมาย จนลองทานไม่หมดเลยค่ะ จะทานเท่าไหร่ก็ได้ (ถ้าตาไม่ค้างซะก่อนนะเคอะ) และที่ชอบอีกอย่างก็คือ อาหารเช้าของที่นี่นั้น สุโก้ยยยยยมากกกกกกกกกกก ทั้งแบบสไตล์ญี่ปุ่น (จะสั่งข้าวปั้นก็ยังได้) และแบบสไตล์ตะวันตก มีไว้บริการแบบฟรีๆ เลยค่ะ ราคาที่พักก็ยังถูกกว่าที่อื่นๆ ด้วย และก็อยู่ใกล้สถานีเซนไดอีกต่างหาก เดินประมาณ 5 นาทีก็ถึงสถานีแล้ว แบบว่าหลงรักที่นี่ไปเต็มร้อยเลย  
จากนั้นก็เริ่มเข้าสู่โหมดเดินเล่น รอเวลาไปดูไลฟ์ของหนุ่มๆ ยามเย็นล่ะค่ะ ก่อนอื่นก็ต้องเดินเล่นกันตรงสถานีเซนได ย่านช้อปปิ้งแหล่งใหญ่ของเมืองนี้ 
ที่นี่ที่ไหนเอ่ยยยย...... หุหุหุ ถูกต้องแร้นนนนนเค้อออออ Zepp Sendai ที่หนุ่มๆ มักใช้เป็นที่เปิดการแสดงแฟนคลับอีเว่นท์ทุกปีๆ นั่นเองค่ะ ตัวตึกนั้น อยู่ติดกับสถานีเซนไดเลยค่ะ หวังว่าจะมีซักปีที่จะได้มาดูหนุ่มๆ เล่นอีเว่นท์ฤดูใบไม้ผลิที่นี่ซักครั้งเคอะ  
หน้าทางเข้าสถานีรถไฟ JR สาย Senseki Line ที่เราจะต้องนั่งไปลงกันที่สถานี Tsutsujigaoka ที่อยู่หน้า Sendai Sunplaza Hall พอดิบพอดี (ระยะทาง 1 ป้ายสถานีเองเจ้าค่ะ แต่หากจะเดิน ต้องใช้เวลาเดินประมาณ 25 นาทีได้) 
ร้านออกแนวร้านเหล้าหน้าสถานีค่ะ กลางคืนมีลูกค้าเพียบเลยค่ะ 
ร้านนี้ก็แนวเดียวกันค่ะ ชื่อเพราะเชียวเนาะ "ระบำดอกไม้" เหมือนเป็นร้านเหล้าตอนกลางคืน ยิ่งดึกๆ เห็นคนเข้าคิวกันเข้าร้านเลยทีเดียวเชียว  
ร้านเคร็ปหน้าสถานีย่านเดียวกันค่ะ น่ากินจริงๆ  
จากด้านล่าง ก็เดินขึ้นสู่ทางเชื่อมของสถานีฝั่งตะวันตกและตะวันออก ระหว่างทางก็มีร้านรวงต่างๆ มากมาย และล็อกเกอร์เก็บของอีกเพียบ แต่ล็อกเกอร์ที่นี่เดิ้นมาก เป็นระบบคอมพิวเตอร์ทั้งนั้นเลยค่ะ แบบเดิ้นจนข้าพเจ้าไม่กล้าใช้เลย กลัวกดผิดกดถูก เลยต้องไปใช้อันที่เป็นกุญแจเสียบๆ เหมือนเดิม  
ร้านขายของฝากต่างๆ ภายในสถานี ตรงส่วนนี้เป็นชั้นใต้ดินของห้าง S-PAL ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ครบวงจรที่อยู่ติดกับตัวสถานีเซนไดค่ะ 
เอ... สงสัยกันหรือเปล่าคะว่า นี่คืออะไร  ที่จริงแล้ว มันก็คือ ปุ่มกดเพื่อให้ประตูของรถไฟ JR Senseki Line เปิดนั่นเอง ใช่แล้วค่ะ เราต้องเป็นคนกดเปิดประตูเองเหมือนในรูปเลยค่ะ พอรถจอดสนิท จะลงก็กดเปิดจากด้านใน จะขึ้นก็กดเปิดจากด้านนอกตัวรถไฟ อย่าเผลอตาลอยเลยเชียว รถไฟจะจากไปซะอย่างงั้นเลยค่ะ  
พอขึ้นรถไฟมา ก็ลงกันที่ป้ายถัดมาเลยค่ะ Tsutsujigaoka สถานีหน้าฮอลล์ค่ะ 
พอออกจากสถานี ทางขวามือก็จะเห็นร้านอาหาร Sun Pastel ร้านอาหารหนึ่งเดียวของ Sendai Sunplaza Hall 
ตู้กดน้ำอัตโนมัติที่ตั้งอยู่ตรงบริเวณหน้าโรงแรม Sendai Sunplaza แบบว่ารูปทรงของตู้น่ารักมากมายค่ะ เป็นรูปหมวกเบสบอลของทีมชื่อดังแห่งเมืองเซนได "Rakuten Eagles" ไปที่ไหนๆ ก็จะมีแต่สัญลักษณ์ของทีมเบสบอลนี้ มีทั้งรูปและโลโก้ รวมทั้งร้านขายของที่ระลึกของทีมนี้ด้วย แบบว่าฮิตและดังมากจริงๆ ค่ะ 
เดินมา 5 วินาที ก็จะเห็นภาพแฟนๆ ที่เข้าคิวต่อแถวซื้อของหน้าคอนกันยาวเหยียดเลยค่ะ ถึงแม้แดดจะแรงขนาดไหน ก็ทนกันจริงๆ เจ้าค่ะ  
บริเวณหน้าฮอลล์ ยามแฟนๆ ซื้อของกันไปหมดระลอกแรกแล้ว ซ้ายมือนั้น เป็นโต๊ะหมุนวงล้อเสี่ยงดวงว่าจะได้ของพรีเมี่ยมกันหรือเปล่าน่ะค่ะ และกระดาษขาวๆ ที่มีรหัสโค้ดของมือถือที่ติดอยู่ตรงเสานั้น ก็มีไว้ให้แฟนๆ ที่เป็นสมาชิกวิชชั่นได้โหลดภาพวอลมือถือที่เป็นภาพลิมิตเต็ดประจำฮอลล์รอบต่างๆ ของหนุ่มๆ กันค่ะ อ้อ... สังเกตว่ามีแฟนๆ ผู้ชายมาดูหลายคนด้วยนะคะ หุหุหุ  
ทางเข้าไปซื้อของหน้าคอนในฮอลล์ค่ะ ข้าพเจ้าก็มารอซื้อเอาช่วงผู้คนหายหมดแบบนี้ล่ะค่ะ โฮะๆๆ สบายยยย ไม่ต้องเบียดกับใคร อ้อ... ปีนี้สต๊าฟขายของ w-inds. เค้าพัฒนาแร้นนนนนนนเจ้าค่า โฮะๆๆ แบบว่า เวลาคิดเงินใช้แบบเครื่องยิงบาร์โค้ดคิดเงินปี๊ดๆๆ ได้เลย และปริ๊นท์ใบเสร็จออกมาจากเครื่องได้ทันที รวดเร็วว่องไวมาก ไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลขคิดมืออีกต่อไปแร้นนนนน น่าดีใจเหลือเกิ๊นนนนน น่าจะทำแบบนี้ตั้งนานแร้นนนนนนนนน เฮ้ออออ  
แผ่นป้ายโฆษณาสินค้าหน้าคอนหนุ่มๆ เค้าล่ะค่ะ  
แผ่นนี้โฆษณาสินค้าลิมิตเต็ดที่หนุ่มๆ ออกแบบกันค่ะ  
และอาหารเที่ยง (รวบมื้อเย็นเข้าไปด้วยค่ะ เหอๆ ) ระหว่างรอประตูฮอลล์เปิดตอน 5 โมงครึ่ง สำหรับมื้อนี้แสนจะง่ายดายจริงๆ ค่ะ กุ้งทอดราดซอส คร็อกเก็ตนมเนยของจังหวัดมิยาหงิ มันทอดโรยเครื่องเทศ และตบท้ายด้วยของหวาน มูสเจลลี่เบอร์รี่ จบอาหารเที่ยง+เย็นมื้อนี้ ก็ได้เวลาเข้าไปสนุกสุดเหวี่ยงกับ w-inds. Live Tour 2009 "SWEET FANTASY" วันแรกของที่นี่กันแล้วล่ะค่ะ ไลฟ์เริ่มเล่นเวลา 18.30 น. และจบราวๆ 20.40 น. แบบว่าช่วง MC พูดกันนานพอดูเลยค่ะ สำหรับเก็บตกจากไลฟ์นั้น จะอัพในเอนทรี่ถัดไปล่ะนะคะ แล้วเจอกันในตอนหน้าค่ะ  . 
|