 My Impression : II  
. 
. ดีเคอะทุกคน หุหุหุ วันนี้ก็จะพยายามเขียนให้จบจนได้อ่ะนะ ไม่งั้นมันคงจะต้องดองจนครบรสอย่างแน่นอนเลยเคอะ โฮะๆๆ 
เอาล่ะเคอะ อย่าเสียเวลาพร่ำเพ้อให้มากความ ไปอ่านกันต่อดีกว่าเนาะ (ใครไม่อยากจะอ่าน จะดูแต่รูป ก็ตามสบายล่ะเนาะ แต่ไม่ต้องมาบอกก็ได้ว่า ไม่ได้อยากจะอ่าน ขี้เกียจจะฟัง จะบอกทำเพื่อ???...... ) .  
หลังจากอยู่โตเกียวมาหลายวัน ก็ถึงเวลาไปพักผ่อนต่างจังหวัดบ้างล่ะนะเคอะ คราวนี้เราก็เลือกที่จะกลับไปยังที่เดิม เพราะแอบเจ็บใจที่ตอนไปครั้งแรก แบบว่าไปถึงดึกมาก เลยไม่ได้เดินเล่นหรือทำอะไรเลย เหมือนแค่แวะนอนเฉยๆ คราวนี้เลยจะกลับไปแก้ตัวใหม่ แน่นอนเคอะ เห็นจากในภาพ สำหรับผู้เคยไปมาแล้ว ก็คงรู้แล้วล่ะว่า เราไปกันที่ไหน มุมพักผ่อนแสนสวยหน้าสถานี Kawaguchiko ... Gateway to Fujiyama ... ในจังหวัด Yamanashi กับยามเที่ยงที่น่าจะร้อน แต่ดูอุณหภูมิสิเคอะ 18.3 องศา หนาวม๊ากกเค้ออ มองไปด้านหลังสถานีนั่น... ยอดเขาฟูจิที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มเมฆสีขาว...  
หนาวๆ แบบนี้ ก็ต้อง onsen ชิมิล่ะเคอะ หุหุหุ ที่โรงแรมย่านนี้ทั้งหมด จะมีออนเซ็นให้อาบกันในโรงแรมด้วย มีทั้งแบบในอาคาร และกลางแจ้งล่ะนะ น้ำแร่ในออนเซ็นก็ไหลมาจากภูเขาไฟฟูจิเลยเจ้าค่ะ หุหุหุ 
onsen กลางแจ้ง (ของผู้หญิงนะคะ ของผู้ชายจะโล่งกว่านี้อีกค่ะ) นั่งแช่ไป ก็ชมวิวแสนงามของภูเขาฟูจิไปด้วย โอ้ววว มันแสนสุขใจจริงๆ เลยเจ้าค่ะ โฮะๆๆ ตัวเองเป็นคนที่หลงใหลการแช่ออนเซ็นแบบนี้มากๆ ชอบมากๆ เลย แบบมันแสนผ่อนคลาย แถมบางแห่งยังสามารถรักษาอาการโรคบางอย่างได้อีกด้วย ไปทีไร ก็จะพยายามไปหาทางแช่ออนเซ็นแบบนี้ให้ได้เลย สำหรับอุณหภูมิของบ่อออนเซ็นที่นี่อยู่ราวๆ 38-39 องศาได้ หลักใหญ่ๆ ในการแช่ออนเซ็น ก็ต้องเปลือยกายล่ะนะเคอะ ห้ามเอาผ้าใดๆๆ ก็ตามลงไปในบ่อด้วยเด็ดขาด แม้แต่ผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่เอาติดตัวเข้าไปด้วย ก็ใช้เอามาโพกผมแทน และก่อนลง ต้องอาบน้ำให้สะอาดเรียบร้อยก่อนค่อยลง หากแช่ไปได้ประมาณนึง สังเกตว่า มีไอน้ำเกาะปลายจมูกแล้ว หรือว่าเริ่มหายใจไม่ออก ก็ควรจะขึ้นมาพัก แล้วเอาน้ำราดๆ ตัวใหม่ จนเริ่มเย็นลง ก็สามารถจะกลับลงไปแช่ได้อีกรอบ การแช่ที่ดี ไม่ควรจะแช่เกิน 30 นาทีต่อครั้ง ไม่งั้นอาจเป็นลมคาบ่อได้เลยเจ้าค่ะ หุหุหุ นี่ก็จากประสบการณ์ของตัวเอง และมีผู้รู้บอกมาล่ะนะเคอะ และที่สำคัญๆๆ การแช่แบบนี้ "ห้ามอาย" เด็ดขาดนะเคอะ ไม่งั้นชาวบ้านเค้าจะรู้หมดว่า คุณเป็นคนต่างชาติ แต่หากอายจริงๆ ทำใจไม่ได้ และอยากลองแช่แบบนี้บ้าง ก็แนะนำว่า ลองหาเวลาที่ไม่มีคนไปแช่เลย เช่น เวลาที่ทุกคนออกไปเที่ยวกันหมด ช่วงบ่ายๆ แบบบ่าย 3-5 โมง หรือไม่ก็เช้าตรู่ที่บ่อเปิด 6 โมงเช้า แต่อย่าไปรอตอนดึกๆ นะเคอะ ขอบอกว่า คนตรึม เพราะแต่ละคนจะแช่ก่อนนอนกันทั้งนั้น เพราะจะช่วยให้นอนหลับสบายเจ้าค่ะ สำหรับการแช่ออนเซ็นที่โรงแรมนี้ ตัวเองใช้คุ้มกับค่าออนเซ็นจริงๆ เลยเคอะ ได้เข้าไปแช่ถึง 2 รอบ รอบดึกและรอบเช้าตรู่ ค่าเข้าใช้บริการออนเซ็นคนละ 150 เยน จะแช่กี่รอบกี่ครั้งก็ได้ตลอดเวลาที่พักอยู่ที่นี่เลยเคอะ 
ฟูจิยาม่ายามเย็น ที่ไร้เมฆหมอกปกคลุมแล้วเจ้าค่ะ ดูสง่างาม เงียบสงบ ต่างจากภายในที่ยังคงคุกรุ่นมาแต่ครั้งอดีตกาล... 
อาหารค่ำสไตล์ญี่ปุ่นแบบเต็มขั้นเลยเจ้าค่ะ ด้วยความ "อยาก" ของข้าพเจ้าที่ตั้งใจไว้แล้วว่า จะต้องมากินแบบนี้ให้ได้อีกจนได้ ก็เลยสั่งเมนูค่ำนั้นเป็นสไตล์ญี่ปุ่นแบบนี้เลย น้องสาวสั่งชุดเล็กกว่า ชื่อ "ชุด Sakura" ส่วนตัวเองสั่ง "ชุด Kosumosu (Cosmos ในภาษาอังกฤษนั่นแหละเคอะ)" 
สำหรับชุด Kosumosu นั้น ประกอบไปด้วย... Shokuzenshu / Aperitif (เหล้าเรียกน้ำย่อย ในภาพบนเลยค่ะ) Zensai / Assorted Appetizers (บรรดาผักสารพัดที่วางอยู่ในรูปก่อนหน้านั่นค่ะ) Otsukuri / Four kinds of assorted Sashimi : Sliced raw fish, seafood and horse meat (ก็พวกซาชิมิปลาต่างๆ และกุ้งมังกรในจานนี้นั่นแหละเคอะ อ้อ แต่ไม่มีเนื้อม้านะเคอะ เพราะตัวเองสั่งว่า ไม่เอา กินไม่เป็นเคอะ) Kawari-nabe / Steamed Pork with Vegetables in Bamboo Basket (หม้อไฟเนื้อหมูกับผักต่างๆ ในตะกร้าไม้ไผ่ หม้อตั้งอยู่ด้านข้างๆ ถ่ายเก็บภาพมาไม่หมดเลยเจ้าค่ะ) Mushimono / Chawanmushi : Egg Custard (ก็ไข่ตุ๋นในภาพด้านบนค่ะ) Sunomono-gawari / Carpaccio Japanese Style (ก็จานสลัดแบบญี่ปุ่นที่วางอยู่ด้านบนๆ ในภาพด้านบนนั่นเองค่ะ) 
Agemono / Tempura : Deep-Fried Fish and Vegetables (ก็ชุดของทอดเทมปุระต่างๆ ในภาพนี้เลยค่ะ) Shokuji / Rice, Soup and Japanese pickles (ก็พวกข้าว ซุปเต้าหู้และผักดองต่างๆ ในภาพเจ้าค่ะ) 
และตบท้ายด้วย Dessert ในภาพเลยค่ะ อร่อยมากมายเคอะ อิ่มมากๆ เลย สมใจอยากจริงๆ สำหรับสนนราคาทั้งชุดนี้นั้น หึหึหึ อย่าไปพูดถึงมันเลยเคอะ เอาเป็นว่า ชุดของตัวเองนั้น ราคาเท่ากับค่าห้องพักที่นี่ (ต่อคน) ค่ะ 
ฟูจิยาม่ากับยามเช้าที่สดใส ถ่ายจากหน้ารีสอร์ทที่ไปพักค่ะ อ้อ ลืมบอกไป คราวนี้เราไปพักกันที่ Lakeside Kawaguchiko Sunnide Resort (จริงๆ ต้องอ่านว่า Sunny de Resort ซันนี่ เดอ รีสอร์ท) ใครสนใจ ก็สามารถแวะเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้เลยค่ะ Sunnide Resort Click Here!! 
ก่อนกลับก็แวะร้านขายของที่ระลึกภายในสถานี Kawaguchiko กัน ก็ได้นี่มาเลยค่ะ สบู่ความงามที่ทำจากแร่ที่ได้จากหินจากภูเขาไฟฟูจิ ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งพลังงานบนผืนพิภพ และเป็นหัวใจของญี่ปุ่นด้วย ประกอบด้วยสารจากแร่ทองคำขาวที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยขจัดไขมันส่วนเกินและผิวหนังชั้นนอก เผยผิวภายในที่สดใส เหมาะกับทุกวัยและทุกสภาพผิวค่ะ (แปลจากแผ่นโฆษณาที่แนบมาด้านในน่ะค่ะ ) ราคาก้อนละ 525 เยนค่ะ 
และก็อดไม่ได้ที่จะต้องซื้อของตกแต่งมือถือของตัวเอง สวยงามน่ารักจริงๆ เลยเจ้าค่ะ ติดลงไปแล้ว เหมือนลายของมือถือเองเลย โฮะๆๆ ลองเดาดูซิว่า ข้าพเจ้าจะเลือกติดลายไหน ครึๆๆ ราคาแผ่นละ 525 เยนเจ้าค่ะ 
และแน่นอนเคอะ ขนมที่ทำจากดอกจิบะซากุระ Shibazakura มีขายที่สวนและที่นี่เท่านั้นเองค่ะ กล่องใหญ่ด้านซ้ายมือเป็นขนมโมจิจิบะซากุระ ส่วนกล่องเล็กด้านขวามือเป็นขนมมันจูจิบะซากุระ สำหรับราคานั้น จำไม่ได้แล้ว แต่รู้สึกว่ากล่องใหญ่นั้นจะราคาประมาณ 1000 เยน ส่วนกล่องเล็กนั้นราคาราวๆ 800 เยนได้ ขนมมันจูนี่อร่อยมากกกกกกกกกกกเลยเจ้าค่ะ ยิ่งเวลาที่กินกับชาเขียวร้อนๆ ด้วยแล้วล่ะก็ โอ้วววว สุโก้ยยยยยยยเน้ๆๆๆ โฮะๆๆ ส่วนใครสนใจอยากยลความงามของสวนจิบะซากุระที่อยู่ใกล้ๆ กับภูเขาไฟฟูจิ และไม่ห่างจากโตเกียวมากนัก ก็เชิญที่นี่เลยค่ะ (แต่จะเปิดให้เข้าชมเป็นช่วงเวลานะคะ ของปีนี้นั้นหมดไปแล้วค่ะ คงต้องรอปีหน้าแล้วเจ้าค่ะ) Fuji Shibazakura Matsuri Click Here!! 
หลังจากกลับสู่ความวุ่นวายของเมืองกรุงอีกระลอก ก็แวะพักเหนื่อยกันก่อนที่ร้าน Starbucks Coffee ในห้างย่าน Shinjuku แอบประทับใจร้านสตาร์บัคที่โน่นมากๆ เลยค่ะ แบบว่ามีพวกถ้วยน้ำเชื่อมและนมสดเล็กๆ ให้เติมเพิ่มด้วย และมีน้ำผึ้งให้เติมแทนน้ำเชื่อมอีกด้วย แบบว่าบ้านเรานี่ ยังห่างไกลยิ่งนักเคอะ แต่ดีที่ว่า บ้านเราราคาถูกกว่าที่โน่นพอควรเลยค่ะ อย่างที่ตัวเองสั่งนี่ กาแฟคาราเมลแมคคิอาโต้ ไซส์แกรนเด ราคา 470 เยน (เงินไทยก็ราวๆ 170 บาท เรต ณ ตอนนั้นนะคะ) ในขณะที่บ้านเราราคาจะราวๆ 120-130 บาท (จำแน่ๆ ไม่ได้อ่ะค่ะ เพราะสั่งแล้ว ไม่ค่อยจะจำราคาเท่าไหร่ ) ส่วนขนมปังไส้กรอกนั่น ชิ้นละ 320 เยน (ก็ราวๆ 117 บาท) ในร้านที่ไทยเรา อย่างพวกซอสเซสโรล ชิ้นละ 45 บาท และจั้มโบ้ซอสเซส ยังแค่ 55 บาทเองเจ้าค่ะ นี่ถ้าไม่หิวมากล่ะก็ อย่าหวังว่าจะสั่งเลยเคอะ  
เย็นนั้นก็มาลงเอยที่ร้านข้าวแกงกะหรี่ Curry House CoCo Ichibanya อีกแล้วค่ะ แต่คราวนี้เปลี่ยนเมนูให้มันไม่เยอะเท่าคราวก่อน ก็เลยสั่งแกงกะหรี่ไส้กรอกแทน ราคาประมาณ 600 เยนได้ (ไม่รวมไข่ลวกนะคะ ไข่ลวกใบละ 70 เยนค่ะ) 
ส่วนนี่ของน้องสาว ข้าวแกงกะหรี่ครีมคร็อกเก็ต จำได้ว่า ราคาพอๆ กับเมนูแกงกะหรี่ไส้กรอก ราวๆ 600 เยนน่ะค่ะ 
ตอนเช้าวันเดินทางกลับ ก็รีบแวะไปย่านตลาดแหล่งของถูก Ameyoko ใกล้ๆ กับสถานี Ueno แถวนั้นจะมีพวกของสดของแห้งและสินค้าราคาถูกมากมายขายกันเพียบตลอดสองข้างทางเลยค่ะ และเราก็ได้อัลมอนด์อบเกลือ 1 กิโล ราคาถุงละ 1150 เยน แบบว่า มันถูกม๊ากกกกกกกกกกก อร่อยล่วยยยยยยยยย 
และยังหอบเอาพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของที่โน่นกลับมาอีกด้วยเคอะ แบบซุปเปอร์แถวที่พัก ลดราคาบะหมี่อยู่เลย จำได้ว่า ราคาประมาณ 150 เยนเคอะ 
หน้าตาเมื่อทำเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ไม่ได้เติมผักเติมหมูเองนะคะ มันมีมาในซองให้อยู่แล้ว โฮะๆๆ อร่อยมั่กๆๆ เลย  
ภายในสนามบิน Narita เทอร์มินอล 1 ค่ะ หลังจากผ่านด่าน ตม. เข้าไปแล้วนะคะ (จริงๆ เค้าก็เรียกว่า สนามบินนาริตะเลย) ภายในตกแต่งสวยงามมาก คิดว่าสวยกว่าเทอร์มินอล 2 ซะอีกนะคะ มีพวกภาพวาดสไตล์ญี่ปุ่นโบราณตกแต่งผนังยาวเหยียดสองข้างทางเดินเลยค่ะ 
ภายในร้านขายกระดาษพับแบบญี่ปุ่น ตรงบริเวณย่านร้าน Duty Free ทั้งหลายค่ะ สวยงามน่ารักจริงๆ เลย ทำเก่งมากๆ เลยค่ะ ทำเป็นงานเทศกาลฮานาบิ (ดอกไม้ไฟ) กลิ่นไอฤดูร้อนมาเยือนเลยทีเดียวเชียว หุหุหุ  
บริเวณใกล้ๆ กันนั้น ก็มีร้าน Starbucks Coffee บริเวณ Duty Free ด้วยค่ะ ก็เลยแวะหากาแฟดื่มกันก่อนขึ้นเครื่องซักหน่อย ก็เลยมาสะดุดกับบรรดาถ้วยแสนสวยมากมายลายเมืองต่างๆ ของญี่ปุ่นในร้านนั่นเองค่ะ ถ้วยมัคลาย Tokyo ใบละ 890 เยนค่ะ 
และอดไม่ได้ที่จะต้องคว้ากระบอกใส่น้ำไซส์ทอลลาย Kyoto และ Osaka มาด้วย สวยมากเลยค่ะ ออกแนวมีประกายระยิบระยับประมาณนั้นเลย ใบละ 1200 เยน และยังแถมเครื่องดื่มให้ด้วย อะไรก็ได้ 1 อย่างเลยค่ะ แถมเอาขึ้นเครื่องพร้อมเครื่องดื่มได้อีกต่างหาก ที่ไทยยังไม่แถมเลยเวลาซื้อน่ะ และราคาของถ้วยก็ยังพอๆ กับที่ไทยเลยเคอะ เลยตัดใจซื้อกลับมาได้ นอกจากลายเมืองเหล่านี้ ก็มีลายเมือง Sapporo, Yokohama, Narita, Okinawa และก็ Japan เจ้าค่ะ 
อาหารว่างยามค่ำบนเครื่องสายการบิน Northwest เป็นขนมปังรูปเพรทเซลจิ๋ว น่ารักมากมายเคอะ หุหุหุ  
และอาหารค่ำมื้อหลักบนเครื่องเจ้าค่ะ เป็นไก่ผัดซอสสไตล์ญี่ปุ่นกับข้าวผัด สลัดผักและขนมปังทาเนย อร่อยดีเหมือนกันเจ้าค่ะ  
แน่นอนเคอะ ไปคราวนี้ก็ต้องมีซื้อ CD Single ล่าสุด Rain Is Fallin' (ล็อตที่แถมแว่น 3D) และหนังสือที่หนุ่มๆ w-inds. ลงกลับมาด้วย โฮะๆๆ หล่อกันมากมายเลยเคอะ หุหุหุ  
และที่ขาดมิได้เล้ยยยยยย ก็ต้องภาพดิจิโฟโต้ของริวที่รักนั่นเองเคอะ โฮะๆๆ หล่อ เท่ห์ น่ารักทุกท่วงท่าจริงๆ เลยเจ้าค่า กรี๊ดดดดดดดดดๆๆๆ  . เป็นอันว่า ทริปคราวนี้ก็จบลงอย่างสนุกสนานและประทับใจมากมายเคอะ ตอนนี้ก็ได้แต่ตั้งตารอทริปใหม่ที่กำลังจะมาเยือนในเดือนหน้าที่จะถึงนี้แล้ว เริ่มนับถอยหลัง อีกแค่ 26 วันเท่านั้นเอง โฮะๆๆ กับเป้าหมายใหม่...  w-inds. Live Tour 2009 ... SWEET FANTASY  
แล้วเจอกันนะเคอะที่รัก กับการผจญภัยไปกลับถึง 3 เมืองในภูมิภาคคันโตและโทโฮคุ... See ya~ My Dear~~  . 
|