 My Impression : I  
. 
. โฮะๆๆ จริงๆ วันนี้ก็ไม่ได้ว่างเท่าไหร่หรอกเคอะ แต่แบบถ้าไม่อัพล่ะก็ ต้องลืมเรื่องที่จะพูดแน่ๆ เลย แบบมันเป็นความประทับใจอันหลากหลายที่เกิดขึ้นมาจากการไปญี่ปุ่นครั้งนี้ (ครั้งอื่นๆ ก็ประทับใจเหมือนกันเคอะ แต่คงพูดไปเยอะแล้วตอนที่เล่าเรื่องเที่ยวของเมืองนั้นๆ อ่ะนะ ) วันนี้ก็จะพูดถึงเรื่องของสถานที่และสิ่งของต่างๆ ที่ซื้อจากที่โน่นน่ะแหละเจ้าค่ะ ที่จริงมันมีเยอะกว่านี้ แต่ที่ลงไว้ คือว่า เป็นสิ่งที่ชอบมากๆๆๆๆ เลยล่ะเคอะ โฮะๆๆ 
. 

โฮะๆๆ ออกเดินทางไปกับสายการบิน Northwest เป็นครั้งแรกเลยเคอะ หลังจากใช้บริการของ JAL มานาน คราวนี้มาลองฝรั่งดูบ้าง สนุกสนานไปอีกแบบเคอะ หุหุหุ

เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันเคอะ ที่ได้ลองอาหารฝรั่งบนเครื่องแบบนี้ ชอบมากมายเจ้าค่ะ คราวนี้เป็นอาหารเช้า มีออมเล็ตหอมเนย มันบด แล้วก็แฮมทอดชิ้นยักษ์ถึง 4 ชิ้นเลย อร่อยยยยยม๊ากกกกกกกกกกกกก 
พอตอนใกล้ๆ เครื่องจะลง (ประมาณเที่ยงๆ ได้) เค้าก็เสิร์ฟขนมปังไส้แฮมชีสแบบนี้ แบบว่ามัน... ใหญ่ม๊ากกกกกกกกกกก ชิ้นเท่าฝ่ามือเลยเคอะ แบบประทับใจมากมาย ชอบๆๆ สายการบินนี้ซะงั้นเลยเคอะ หุหุหุ แต่ว่า เสียอยู่อย่างเดียว ช่วงที่ไปนั้น สายการบินเค้าใช้เครื่องลำเล็กมาบิน (ที่มีแค่ 6 ที่นั่งต่อแถว เว้นตรงกลาง แบบ 3 กับ 3 เหมือนเครื่องที่บินในประเทศเลยอ่ะเคอะ แต่นี่เอามาบินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ) แบบว่า เครื่องตกหลุมอากาศบ่อยมากและตกทีแรงมาก แรงจนตกใจเลย แบบนั่งเครื่องโบอิ้งจะไม่แรงแบบนี้อ่ะ นี่ขอบอกเลยว่า นั่งสวดมนต์ไปไม่รู้กี่จบต่อกี่จบเลยเคอะ 
อาหารมื้อแรก ณ เจแปน ร้านข้าวแกงกะหรี่ที่มีสาขาอยู่เยอะทีเดียวในญี่ปุ่น Curry House CoCo Ichibanya ร้านนี้กินแถวๆ ที่พักที่ Asakusa วันแรกนี้ก็สั่งเมนูที่ทำเฉพาะของเดือน 5 เท่านั้น เป็นข้าวแกงกะหรี่หน้าหมูทอดไส้ผักกระหล่ำกับไข่ลวก ราคาจานละ 800 เยน (ไข่ลวกต้องสั่งต่างหาก ใบละ 70 เยนเคอะ) แบบว่า จานเบ้อเริ่มม๊ากกกกกกกก ข้าพเจ้ากินไม่หมดเลยเคอะ เสียดายมากมาย 
อีกวันก็ไปตะลุยย่าน Shibuya เดินผ่านร้าน HMV ก็เลยแวะเข้าไปเช็คเรตติ้งซีดีหนุ่มๆ w-inds. ดู แบบว่า หุหุหุ นี่ขนาดปลายเดือนแล้วนะเคอะ ยังสามารถเกาะติดอยู่อันดับที่ 3 ได้ แล้วแถม CD ล็อต A ที่แถมแว่น 3 มิตินั่น ก็ยังขายเกลี้ยงไม่มีเหลือเลยเคอะ แอบดีใจ โฮะๆๆ 
และเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันเคอะ ไป Shibuya กี่ทีๆ ก็ไม่เคยจะเจอ แต่มาคราวนี้ข้าพเจ้าสามารถเดินมั่วไปมั่วมาจนมาเจอ TOKYO FM STUDIO ซะงั้นเคอะ ที่หนุ่มๆ ไปออกออนแอร์สดๆ ของทาง Countdown TFM อยู่บ่อยๆ นั่นแหละเคอะ และพอดีวันนั้นที่ไป รู้สึกว่าจะเป็น abingdon boys school ไปร่วมรายการสดตอนประมาณ 13.00 น. เห็นแฟนๆ ยืนเข้าแถวรอเข้าไปดูด้านในยาวเป็นหางว่าวเลยเคอะ ในภาพจะเห็นหัวแถวยืนรอกันอยู่ 
รองท้องมื้อกลางวันย่าน Shibuya ร้านอะไรจำไม่ได้แล้ว แบบว่าชื่ออ่านไม่ออกอ่ะเคอะ แต่ว่าร้านจะอยู่ติดกับตึก Shibuya Beam เลย หน้าร้านสไตล์ญี่ปุ่นมากๆๆ มีดิสเพลย์ราเมงหน้าตาแบบนี้เลยเคอะ เลยลองทานราเมงแบบแยกน้ำที่ไม่ใช่บะหมี่เย็นนะเคอะ อันนี้แบบเส้นร้อน แต่แยกน้ำ ในภาพเป็นราเมงที่ทำเฉพาะช่วงเดือน 5 นี้เท่านั้นเจ้าค่ะ อร่อยมากๆๆ เลย จำได้ว่าชื่อ ราเมงซุปเต้าหู้ (มีเนื้อไก่ เต้าหู้และวอลนัตด้วย) ชุดละ 780 เยน เส้นราเมงก็สามารถเลือกจำนวนปริมาณได้ว่าจะเอาอย่างเยอะ หรือพอดีๆ กลางๆ หรือว่าเส้นน้อยๆ (แต่ราคาเดียวกันเลยเคอะ) ก็ได้ ในภาพคือ ตัวอย่างของเส้นน้อยเคอะ แต่ข้าพเจ้าอิ่มกำลังดีเลยเจ้าค่ะ  
นี่ก็อีกชามเคอะ แต่คนละซุปกัน เป็นราเมงซุปไก่มิโซะ (มีเนื้อไก่ มิโซะผสมงาแบบนั้นอ่ะค่ะ) ชุดละ 780 เยนเช่นกัน 
อิ่มแล้วก็ช้อปปิ้งกันต่อเคอะ เข้าห้าง Seibu ที่อยู่ใกล้ๆ นั่นเอง แล้วก็ให้ต้องแอบงงและงงๆๆๆ ว่าทำไมผ้าเช็ดหน้ายี่ห้อดังเหล่านี้ มันมาขายอย่าง...อย่าง...อย่างแบบว่าไงดีเคอะ ทำไมราคามันไม่ใช่อย่างที่เคยเห็นมาก่อนเลย จะว่าปลอมก็ไม่ใช่ เพราะตั้งเป็นดิสเพลย์อย่างงามแบบประมาณว่าถูกต้องตามกฏหมายเลยอ่ะเคอะ แต่ดูไปดูมา อันนี้คิดเองนะเจ้าคะ ถูกผิดไม่รู้เหมือนกัน คิดว่า ญี่ปุ่นน่าจะได้ลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องมาผลิตขายเอง (ใครรู้ก็ช่วยบอกทีละกันเคอะ หุหุหุ) แบบว่า เคยเห็นมั้ยล่ะเคอะ กระเป๋า Burberry ราคาสามพันกว่าบาทอ่ะเคอะ ทำมึนมาก นี่ที่ร้านของยี่ห้อนี้เองเลยนะ ข้าพเจ้าเลยมึนๆ งงๆ คว้าผ้าเช็ดหน้าของ Burberry และ Vivienne Westwood มาอย่างละผืน สนนราคาก็ผืนละ 1050 เยน 
ตบท้ายมื้อเย็นด้วยราเมงอีกแร้นนเคอะ แบบมันขี้เกียจเดินหาแล้วอ่ะเคอะ ร้านนี้ก็ยังอยู่ที่ย่าน Shibuya ชื่อร้าน Haikara Syokudou ก็เป็นร้านที่ต้องกดเลือกเมนูจากตู้ขายอัตโนมัติเอง (ร้านเมื่อตอนกลางวันก็เหมือนกันเจ้าค่ะ) มื้อเย็นนี่สั่งเป็นชุดค่ะ ชุดราเมงหมูสับน้ำซุปเผ็ด (แต่ไม่เผ็ดสำหรับเราชาวไทยซะงั้นเคอะ) และมินิคาเร (มินิแกงกะหรี่นั่นเองเคอะ) ราคาชุดละ 750 เยน ส่วนเกี๊ยวซ่าจานละ 170 เยน สำหรับความอร่อยก็ใช้ได้พอควรเจ้าค่ะ 
ก่อนกลับที่พัก ก็แวะร้าน L'OCCITANE ร้านใหญ่ที่อยู่ตรงแยกใหญ่ของ Shibuya นั่นเลยเจ้าค่ะ และแล้วก็ไปปิ๊งเข้ากับมีดตัก (หรือจะเรียกไงดี ไม้พายเหล็ก?? ) แบบว่าที่ไทยไม่มีแบบนี้อ่ะเคอะ แอบดีใจอยากได้มานานแร้นนนน น่ารักมากมาย จริงๆ เค้าเอาไว้ใช้ตักพวกครีมทามือที่เป็นกระปุกๆ น่ะค่ะ อันนี้ก็ราคา 380 เยน แถมยังมีของแถมให้อีกด้วย หึหึหึ อย่าถามถึงที่เมืองไทยนะเคอะ ขอพวกตัวอย่างทดลองใช้ทีไร ตอบว่าหมดทุกที ไม่ก็ทางบริษัทแม่ไม่ได้ส่งของแถมตัวอย่างทดลองมาให้นานแล้ว หึหึหึ อ้อๆ ที่ร้านนี้ ได้เจอสาวญี่ปุ่นคนนึงตลกมากเลย พอดีเธอเดินมาชน เธอก็ตกใจแล้วก็หันมาร้องขอโทษว่า "โกเมนเนะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" แบบนี้ไปกว่า 20 รอบเลยเคอะ  
และแล้ววันใหม่ก็เริ่มขึ้นด้วยการเดินทางสู่ Omotesando วันนี้ฝนตกปรอยๆ เกือบทั้งวันเลย อาหารมื้อกลางวันอย่างเป็นทางการก็มาอยู่ที่ร้านนี้เลยเคอะ (ส่วนใหญ่ก็ทานมื้อเช้าแบบพวกขนมปังแซนด์วิชง่ายๆ ก่อนออกจากที่พักอ่ะค่ะ) ร้าน TaTa เป็นร้านราเมงชามหินภูเขาไฟ (แบบประมาณจานร้อนควันพวยพุ่งแบบนั้นอ่ะเจ้าค่ะ) ร้านนี้อยู่ชั้นใต้ดิน เป็นครั้งแรกที่ได้ลงไปทานอาหารชั้นใต้ดินที่นี่เลย แอบตื่นเต้น คนรอคิวอย่างยาวเลยเคอะ ในภาพที่สั่งมาเป็นราเมง Nitatamago (มีไข่ 1 ฟองกับอีก 1 ซีกค่ะ) ราคา 830 เยน โออิชิเดสสสสสเลยเจ้าค่ะ โฮะๆๆ  
ส่วนอีกชามก็เป็นราเมง Butter & Corn มีใส่เนยลงไปทั้งก้อนเลย หอมเนยมากๆ เลยค่ะ ราคา 850 เยน  
หลังจากอิ่มอร่อยเรียบร้อยแล้ว ก็เดินอย่างมึนๆ งงๆ ไปเรื่อยๆๆ จนมาเจอกับที่นี่เลยเจ้าค่ะ Ameba Studio แบบว่าไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า มันอยู่ที่ย่านนี้อ่ะเคอะ (เหมือนว่าโจ้อี้จะเคยบอกไว้ว่ามันอยู่ที่ไหน แต่ไม่ได้จำอ่ะเคอะ เลยแอบตกใจว่ามันอยู่ตรงนี้เอง ) วันนั้นกำลังออนแอร์สดๆ พอดีเลย เห็นแฟนๆ ยืนเข้าแถวยาวเหยียด แล้วมีบางส่วนยืนมุงอยู่หน้ากระจกของสตูดิโอ แต่คิดว่าต้องเป็นศิลปินวงร็อคแน่ๆ เพราะเห็นการแต่งตัวของแฟนๆ แล้วแบบว่าร็อคกันมากมายเจ้าค่ะ พอเดินผ่านหน้ากระจก ก็มองเห็นหนุ่ม 2 คน คนนึงผมสีบรอนด์ขาวใส่แว่นกันแดด (ที่วงกลมสีแดงๆ ไว้นั่นแหละค่ะ) ส่วนอีกคนไม่แน่ใจ จำไม่ได้แล้ว แต่ว่าแต่งตัวกันสีสันแสบตามาก ใส่เสื้อลายทางขวางสีชมพูบานเย็นคาดดำ หน้าตาดีมากมาย หัวเราะกันใหญ่เลยเจ้าค่ะ พอมองไปข้างๆ ก็เห็นติดชื่อศิลปินที่มาร่วมรายการวันนี้เอาไว้ แขกวันนี้คือวง LM.C ออนแอร์มาตั้งแต่ 14.00 น. แล้ว นี่เป็นครั้งแรกเลยเคอะ ที่ได้มาดูศิลปินนักร้องญี่ปุ่นมาออกรายการแบบสดๆ แบบนี้ ประทับใจจริงๆ เลยเจ้าค่ะ หุหุหุ ไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าเป็นหนุ่มๆ w-inds. มาออกล่ะก็ ข้าพเจ้าต้องบร้าไปแน่ๆๆ เล้ยยยยยยยยย  
เดินมาอีกหน่อย ตรงหัวมุมจะตัดแยกย่าน Omotesando กับย่าน Harajuku ก็เจอกับร้าน Zoff ร้านใหญ่ม๊ากกกกเลยเจ้าค่ะ นึกถึงแว่นตาของหนุ่มๆ ในรายการ w-inds.M เลยล่ะเคอะ หุหุหุ  
พอข้ามถนนมา ก็เจอกับบรรดาผู้รักและชื่นชอบกับการคอสเพลย์ที่มารวมกลุ่มกันคอสอย่างมากมายตรงบริเวณหน้าทางเข้าวัด Meiji Jingu คนถ่ายรูปตั้งกล้องกันเพียบ แต่ที่ประทับใจก็นี่เลยเจ้าค่ะ มีสาวฝรั่งมาคอสกันด้วย คนขอถ่ายรูปด้วยเยอะมากๆ เลยค่ะ มาญี่ปุ่นหลายรอบก็ไม่เคยจะมาเดินย่านนี้เลย เพิ่งเป็นครั้งแรกที่มาลองบรรยากาศแบบนี้เลยค่ะ หุหุหุ 
สาวญี่ปุ่นคนนี้เธอโพสท่าไว้แบบนี้เลย คนถ่ายรูปอย่างเพียบจริงๆ มีคนขอถ่ายนับไม่ถ้วน ด้านข้างๆ โน้น ก็มีคนแต่งตัวเหมือนนักบวช มายืนถือป้าย Free Hugs ด้วย มีคนถือป้าย Free Hugs หลายคนเลยเจ้าค่ะ มีคนเข้าไปกอดด้วย ส่วนใหญ่จะขอกอดกับสาวๆ ที่ถือป้ายล่ะนะเคอะ  
พอเข้ามาในบริเวณลานกว้างของวัดแล้ว ก็เจอเข้ากับพิธีแต่งงานแบบญี่ปุ่นเลยเจ้าค่ะ ดูเป็นพิธีการยิ่งใหญ่ดีจริงๆ ช่างกล้องตามถ่ายเพียบเลย ทั้งกล้องญี่ปุ่นและกล้องฝรั่ง วันนั้นก็เลยได้ดูพิธีแต่งงานถึง 3 คู่เลยค่ะ 
ก่อนกลับก็แวะหาของที่ระลึกของทางวัดกันหน่อย เห็นเครื่องรางแบบแปลกๆ ก็อดไม่ได้ที่จะหามาไว้สะสม สำหรับตัวเองเป็นคนชอบเครื่องรางที่ไม่ใช่แบบถุงผ้าสี่เหลี่ยมๆ อ่ะค่ะ อย่างที่เห็นในภาพ ที่ดูเหมือนศาลเจ้าหรือศาลาไม้หลังเล็กๆ นั่น ก็เป็นเครื่องรางสำหรับให้ประสบความสำเร็จทางด้านการศึกษา ส่วนถุงสีม่วงๆ ข้างๆ นั้น เป็นเครื่องรางสำหรับให้มีสุขภาพจิตแข็งแรง จิตใจเข้มแข็ง ร่างกายก็แข็งแรงตามกันประมาณนั้นอ่ะค่ะ แบบว่ารูปทรงของถุงและสีสวยถูกใจมากมาย สีม่วงทองดูอลังการและสง่างามจริงๆ เลยเจ้าค่ะ โฮะๆๆ  
หลังจากออกจากบริเวณวัด ก็แวะร้านขายของที่ระลึกตรงใกล้ๆ ทางออกหลักด้านหน้า และก็เจอผ้าเช็ดหน้าลายถูกใจเข้าอีกจนได้ โรคสะสมผ้าเช็ดหน้าก็กำเริบขึ้นมาเลยทีเดียวเชียวค่ะ หุหุหุ 
สรุปคราวนี้ก็ซื้อมาทั้งหมด 4 ผืน ผืนละ 530 เยน เอามาใช้แทนผืนเก่าที่บ้านที่หมดวาระซะที ไปทีไรก็จะต้องควานหาผ้าเช็ดหน้าลายญี่ปุ่นๆ แบบนี้กลับมาด้วยทุกครั้งไป ถ้ามีเวลาจะลงรูปลายอื่นๆ ให้ดูเจ้าค่ะ แบบว่าลายแบบญี่ปุ่นๆ นี่สวยจริงๆ เลย แบบบางทีสวยจนไม่กล้าใช้ (แต่ก็ใช้ทุกผืนนะเคอะ ) 
พอกลับจากวัด ฝนก็เริ่มหยุดตกแล้ว แต่อากาศหนาวเย็นมากเลยค่ะ กลับมาถึงแถวๆ ที่พัก ก็เห็นแมวเหมียวละแวกนั้น กำลังนอนซุกกันตัวกลมๆ แบบนี้เลย น่าร๊ากกกกกกมั่กๆๆ เคอะ แบบว่าอากาศมันหนาวจริงๆ เลยค่ะ อากาศช่วงนั้นทุกวันจะอยู่ประมาณ 15-26 องศา ขนาดแมวที่โน่นขนเยอะกว่าแมวบ้านเรา ยังนอนซุกกันกลมขนาดนี้ หึหึหึ อย่าถามถึงข้าพเจ้าผู้ซึ่งไม่ได้เอาเสื้อหนาวหรือสเว็ตเตอร์ไปเลยซักกะตัวนะเคอะ ว่าจะหนาวสยองขนาดหนายยยยยยย  . วันนี้ถึงเท่านี้ก่อนล่ะกันเคอะ แบบว่าเขียนเอนทรี่เดียวนี่ ใช้เวลากว่า 3 วันแร้นนนน ขืนเขียนจนหมดตามที่ตั้งใจไว้ล่ะก็ สงสัยจะเป็นอาทิตย์หน้าถึงจะได้เปิดเอนทรี่ล่ะมั้งเคอะ เหอๆๆ ไว้จะรีบมาต่อตอนที่ 2 ในเร็ววันเคอะ โฮะๆๆ (เหรอออออ...... ) . 
|