 Trip to Yokohama for w-inds. Live Tour 2008 @ Kanagawa Kenmin Hall 10.08.2008  
ว่ะฮ่ะฮ่า~~ ในที่สุดๆๆ ก็ได้มาอัพต่อจนได้อ่ะเคอะ เป็นเรื่องที่อัพกันข้ามเดือนข้ามปีกันเลยทีเดียวน้ออ โฮะๆๆ ใครจำมิได้แล้ว ก็มิว่ากันเจ้าค่ะ สามารถย้อนกลับไปอ่านตอนเก่าๆ ได้เคอะ หุหุหุ มามะๆๆ ไปเที่ยวต่อกันดีกว่าน้อออ สำหรับเช้าวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหานี้ พวกเราก็รีบตื่นกันอย่างว่องเลยเจ้าค่ะ เพราะอะไรน่ะเหรอคะ หึหึหึ ตามกำหนดการเที่ยวของวันนี้นั้น ตอนเช้าพวกเราจะต้องนั่งรถไปเที่ยวกันที่ย่านช้อปปิ้งสตรีทสุดป๊อบที่ Motomachi Shopping Street ซึ่งห่างจากเคนมินฮอลล์ไปแค่ 2-3 ป้ายสถานีรถใต้ดินเอง และพอเที่ยวกันอย่างหนุกหนานแล้ว ก็จะกลับมาดูคอนรอบสุดท้ายที่นี่ตอน 15.00 น. ทั้งหมดนี้คือกำหนดการที่แสนสนุกของวันนี้ แต่ทว่า... มันก็เป็นได้แค่ยูเมะแพลนจริงๆๆ เลยเจ้าค่า โฮฮฮฮฮฮ  . 
. ความจริงมันตามมาหลอกหลอนเราอย่างต่อเนื่องว่า เมื่อวานๆๆๆ เสื้อของริวจังนั้น โซลเอาท์ขายเกลี้ยงหมดเลยเค้อออ เหลือแต่สีชมพูและไซส์เดียวเองด้วยยยยยยย โฮฮฮฮฮฮฮ ทำไมเป็นเยี่ยงน้านนนได้เนี่ยยยยยย และฝันร้ายนี้ มันทำให้พวกเราถึงกับนอนไม่หลับ และถึงกับต้องเปลี่ยนแพลนทั้งหมดของเช้าวันอาทิตย์เลยเคอะ โดยกำหนดการใหม่นั้นคือ พวกเราจะต้องรีบตื่นแต่เช้า และไปเข้าแถวเพื่อซื้อเสื้อริวจังเป็นคนแรกให้ได้เลยเคอะ และแล้ว เมื่อมาถึงที่ฮอลล์ยามเช้าตามกำหนดตอน 9 โมงเช้าเลยนั้น ก็เป็นอย่างที่เห็นนี่... 
หน้าฮอลล์เงียบสนิท ไร้สิ่งมีชีวิตใดๆ เลยเคอะ อ้อๆ แต่มี 2 สาวชาวญี่ปุ่นก็มาพร้อมๆ กันกับพวกเรา และนั่งกินข้าวปั้นกัน เพื่อรอเข้าแถวเช่นกันเคอะ จากนั้น พวกเราก็เดินไปมา สำรวจโน่นนี่กันอยู่หน้าทางเข้านี่เลย

ระหว่างที่รอเวลากันอยู่นั้น แฟนๆ ก็ค่อยๆ เริ่มทยอยกันมาบ้างแล้ว พวกเราก็เลยรีบไปตั้งแถวหน้าทางเข้ากันเลยเคอะ และก็สมความตั้งใจเลยเจ้าค่ะ เราได้เข้าแถวเป็นคนแรกเลย โฮะๆๆ แอบอายเหมือนกัน สาวๆ ญี่ปุ่นก็มองกันใหญ่ แบบ... เหอๆ ป้าที่ไหนเนี่ย มายืนอยู่คนแรกเล้ยยยยยย ว่ะฮ่ะฮ่าๆๆ  . 
. ส่วนในภาพนั้น ก็เป็นเสื้อลิมิตเต็ดของหนุ่มๆ ที่หากแฟนๆ อยากได้มานั้น ก็ต้องซื้อของหน้าคอนให้ครบ 4000 เยนซะก่อน แล้วค่อยมาจับสลากลุ้นดวงกันอีกทีว่า จะได้หรือเปล่า สำหรับรางวัลนั้น ก็มีเสื้อหนุ่มๆ เวอร์ชั่นสีขาว และผ้าเช็ดหน้าลายโลโก้ของคอนปีนี้สีเหลือง ส่วนใครหมุนแล้ว ไม่ได้อะไรเลย ก็จะได้สติ๊กเกอร์ลายโลโก้คอนปีนี้แผ่นเล็กๆ ปลอบใจไปแทนเคอะ รอบตามเมืองต่างๆ นั้น ก็มีรางวัลอยู่เท่านี้เอง แต่สำหรับรอบที่บุโดกังนั้น มีรางวัลพิเศษเพิ่มมาด้วย นอกจากเสื้อสีขาวและผ้าเช็ดหน้าสีเหลืองแล้ว ก็ยังมี 10 รางวัลสำหรับผู้โชคดีที่จะได้เข้าไปพบและถ่ายรูปกับหนุ่มๆ วินส์หลังฮอลล์ที่บุโดกังอีกด้วย โฮฮฮฮฮฮฮ อิจฉาสุดๆๆ เลยเคอะ ฮึกๆๆ ที่รู้เพราะมีสาวชาวจีนผู้แสนโชคดี จับได้รางวัลนี้ และได้ถ่ายรูปกับหนุ่มๆ หลังฮอลล์ แถมทางวิชชั่นยังส่งภาพที่ได้ถ่ายรูปนั้นมาให้ถึงบ้านอีกด้วย น่าอิจฉาจริงๆ เลยเจ้าค่ะ ในภาพก็จะเห็นหนุ่มๆ นั่งเก้าอี้กันและมีสาวๆ ผู้โชคดียืนรายล้อมอยู่ด้านหลังกันน่ะเคอะ หุหุหุ  . 
. พอรอๆ กันไปได้ไม่นานนัก ราวๆ เที่ยงตรง (ไม่นานชิมิล่ะเคอะ แค่ 3 ชม. เอ๊งงงงง ) เค้าก็เปิดให้เข้าซื้อของหน้าคอนกันได้ พอเข้าไปนะเจ้าคะ พวกเรารีบบอกให้ส่งเสื้อริวมาซะดีๆ เร็วๆ ล่วยยยยยยย แต่ว่าสาวญี่ปุ่นคนนี้เธอออกแนวโก๊ะจริงๆ เลยเจ้าค่ะ แบบทำอะไรก็ ช้าม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก จนน้องสาวทนไม่ได้แล้ว ต้องบอกว่า นี่ๆๆ ตรงนี้ไงคะๆ อยู่นี่ค่ะๆ อันนี้ไงคะ นี่เลยค่ะๆ แบบนี้ตลอดเวลาเล้ยยยยยยย แบบกว่าเธอจะหาเสื้อริวเจอทุกแบบทุกขนาด พวกเราแอบเครียดเลย  . 
. หลังจากได้ของหน้าคอนมาครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ท้องก็เริ่มพากันตะโกนร้องจ๊อกกก จ๊อกกกกกกก~~ อย่างพร้อมเพรียง เราก็พากันเดินมองหาร้านที่พอจะเข้าไป แล้วสั่งอาหารกินกับเค้ารู้เรื่อง หรือประมาณว่า มีเมนูที่เป็นอังกฤษด้วย หรือจะมีรูปให้จิ้มๆ ก็ได้ ก็เดินวนไปมา จนเข้าไปรอที่ร้านนึง หน้าตาแบบร้านฟาสต์ฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น เห็นมีแฟนๆ วินส์พากันมากินที่ร้านนี้เยอะด้วย แต่แบบด้วยความไม่รู้ และเราก็เพิ่งเคยเจอระบบแบบนี้อ่ะเคอะ คือว่า เข้าไปแล้ว จะเห็นกระดานวางอยู่หน้าร้าน แล้วก็มีแฟนๆ พากันไปเขียนกระดานนั้นว่า ใครมาคิวที่เท่าไหร่ กี่คน เรียงต่อกันไปเรื่อยๆ เราก็ไม่รู้ว่า เอ๊ะ ทำอะไรกัน เพราะอ่านไม่เข้าใจเลยเคอะ เราก็เลยยืนๆๆ รอไป แต่ปรากฏว่า ก็เห็นสาวๆ เหล่านั้น ที่ยืนรออยู่ ก็พากันไปขีดชื่อตัวเองออกทีละกลุ่มๆ แล้วก็เดินเข้าไปนั่งที่ว่างกัน ตอนนั้นก็เลยถึงบางอ้อเลยเคอะ แบบเป็นบริการเช็คคุณธรรมในตัวเองอย่างแท้จริงเลยเจ้าค่ะ คือ ทุกคนต้องรู้คิวตัวเองแล้วว่า ต่อจากใครบ้าง และพอเห็นที่ว่าง ก็ต้องมาดูว่า ถึงคิวเราแล้วยัง ถ้าถึงแล้ว และที่ว่างตรงกับจำนวน ก็ขีดชื่อตัวเองออก แล้วเข้าไปนั่ง คนต่อไปก็ต้องมาดูว่าถึงคิวตัวเองแล้วยัง แบบนี้ไปเรื่อยๆ เลยอ่ะเคอะ  .
. พอเห็นว่า ร้านทำนองนี้นั้น ไม่เหมาะกับเราผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่างแน่แท้แล้ว ก็เลยเดินวนกลับมาแถวหน้าฮอลล์อีกรอบ มองไปก็เห็นว่า ชั้นสองของตึกตรงกันข้าม เหมือนว่าจะเป็นร้านอาหารสไตล์ฝรั่งมากๆ เพราะวิวหน้าร้านนั้น ทำสวยมากทีเดียวเลยค่ะ ในใจก็คิดกลัวไว้ก่อนว่า แพงชัวร์เคอะ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลองเดินไปดูเมนูหน้าร้านกันหน่อยดีกว่า พอแว่บไปเห็นชุดโชว์เท่านั้นแหละเคอะ พวกเราก็ตัดสินใจกินกลางวันกันร้านนี้เลยเจ้าค่ะ หุหุหุ 
ร้าน Cafe de la Paix ชื่อก็คงบอกอยู่แล้วชิมิล่ะเคอะว่า เป็นร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนชั้นสองของตึกตรงข้ามกับเคนมินฮอลล์เลยเจ้าค่ะ ภายในร้านตกแต่งได้น่ารักมากๆ และมุมที่มีผ้าสีแดงๆ นั้น เป็นมุมเครื่องดื่มนานาชนิดที่มีบริการให้ลูกค้าในร้านแบบฟรีๆ เลยเคอะ ประทับใจมากๆ เพราะเครื่องดื่มดีๆ ทั้งนั้นเลย น้ำสารพัดแบบ ทั้งร้อนและเย็น น้ำผลไม้ต่างๆ ชา กาแฟ และอื่นๆ อีกมากมายเลย 
วิวด้านนอกหน้าต่าง ตรงมุมโต๊ะที่เรานั่งกันค่ะ ด้านซ้ายมือ ที่เห็นต้นไม้แสนจะหนาแน่นนั้น ก็เป็นบริเวณสวนยามาชิตะ ส่วนทางขวามือนั้น ก็เป็นตัวตึกของคานางาว่า เคนมินฮอลล์นั่นเองเจ้าค่ะ 
ภาพระยะจริงของร้านอาหารฝรั่งเศสนี้กับตัวตึกของเคนมินฮอลล์ ไม่ไกลเลยชิมิเคอะ มองไปก็จะเห็นป้ายสีขาวๆ เล็กๆ นั้น ที่บ่งบอกว่า เป็นแถวสำหรับเข้าคิวซื้อของหน้าคอนกันน่ะเจ้าค่ะ ส่วนพวกเรานั้น ก็ได้เวลาลงมือทานอาหารเที่ยงกันตอนราวๆ บ่ายโมงกว่าๆ กันแล้วล่ะเคอะ หุหุหุ 
อาหารชุดราคาพิเศษยามเที่ยงของวันนี้ เป็นชุดสเต็กหมูราดซ้อสมะเขือเทศ กับสลัดเนยแข็ง (ไม่ใช่ชีสนะคะ) แต่ว่าจำชื่อชุดจริงๆ ไม่ได้แล้วน่ะค่ะ ราคาประมาณชุดละ 800-900 เยนได้ ราคาก็รับได้ล่ะค่ะ และที่สำคัญ อร่อยยยยม๊ากกกกเลยเค้ออออ ถ้าเทียบกับร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดส์ก่อนหน้า ที่ขายจานละประมาณ 600-700 เยน ยังไม่รวมพวกบรรดาเครื่องดื่มอีกนะเคอะ รวมๆ ไปแล้ว ก็คงจะพอๆ กันเลยเจ้าค่ะ 
ตบท้ายด้วยกาแฟร้อนหอมกรุ่น เหมาะกับหน้าร้อนแดดเปรี้ยงๆ ดีมั้ยล่ะเคอะ หุหุหุ (แค่ค่ากาแฟร้อนร้านอื่นๆ ก็ราคาประมาณถ้วยละ 300-400 เยนแล้วเคอะ ) . 
. พอทานอาหารกันเรียบร้อย ก็ได้เวลาเข้าฮอลล์กันซะทีล่ะเคอะ ประตูฮอลล์รอบสุดท้ายของที่นี่เปิดเวลา 15.00 น. พอเข้าไปแล้ว ตัวเองก็รีบตรงไปวางของขวัญให้ริวจังสำหรับรอบวันที่ 2 นี้อีกชิ้น จากนั้นก็เดินๆ ดูบรรยากาศภายในฮอลล์และบริเวณที่ขายของหน้าคอนภายในไปเรื่อยๆ ระหว่างดูๆ อยู่นั้น ก็ไม่นึกไม่ฝันว่า จะมาเจอน้องคนไทยที่นี่ด้วย หุหุหุ เซอร์ไพรส์มากๆ เลยเคอะ น้องวิ่งเข้ามาทัก ก็เลยคุยกันพอสมควร จนจะได้เวลา 16.00 น. ที่คอนวินส์จะเริ่มแสดงแล้ว ก็เลยลาจากกันตอนนั้นเอง เราก็เลยไปนั่งแสตนด์บาย รอเวลาที่ม่านการแสดงของหนุ่มๆ จะเปิดขึ้นอีกครั้งที่นี่ . 
. คอนของหนุ่มๆ เลิกประมาณ 18.00 น. ได้ ตามกำหนดการ (อีกแร้นนนน) พวกเราจะต้องรีบไปเที่ยวย่านไชน่าทาวน์ใกล้ๆ กับบริเวณฮอลล์นั่นเองเคอะ (แบบเดินไปก็ถึงเลย) แต่ทว่าๆๆๆ จากเหตุการณ์หลังฮอลล์เมื่อวานนั้น ทำให้ข้าพเจ้าตัดใจที่จะไม่ไปส่งหนุ่มๆ ไม่ได้เลย โดยเฉพาะริวจังที่แสนเท่ห์และน่ารักเหลือเกิ๊นนนนนนน และแล้ว ด้วยคาถา "มาตะ ไรเน็น" ของริวที่รักนั้น ก็ทำให้ข้าพเจ้าหน้ามืดล้มแผนการทั้งปวงของเย็นวันอาทิตย์จนสิ้น และตัดสินใจไปรอส่งหนุ่มๆ หลังฮอลล์ของรอบวันสุดท้ายนี้ และคิดถูกมากๆ ตัดสินใจไม่ผิดเลย เป็นเพราะริวจังที่รักแท้ๆ เลย ที่ทำให้เหตุการณ์หลังฮอลล์วันที่ 2 นี้ บันดาลให้คาถา "มาตะ ไรเน็น" สัมฤทธิ์ผล ไม่นึกไม่ฝันเลย ว่าจะได้เจอกับตัวเองแบบนี้  . 
. สำหรับเหตุการณ์สเปเชี่ยลหลังฮอลล์วันสุดท้ายนี้นั้น จะเล่าไว้ในเอนทรี่สกู๊ปพิเศษหลังฮอลล์ในตอนต่อไปนะเจ้าคะ และหลังจากผ่านพ้นช่วงหัวค่ำที่แสนพิเศษนั้นมาแล้ว พวกเราก็ยังคงกรี๊ดกร๊าดดดดๆๆ มาตลอดทางกลับโรงแรมกันเลยทีเดียวเชียวเคอะ โฮะๆๆ ระหว่างทางก็แวะร้านมินิมาร์ท หรือ คอมบินิ ทั้งหลายนั่นแล เย็นนี้ ก็เลือกซื้อทานกันเป็นอาหารสไตล์อิตาเลี่ยน พวกกราแตงส์นั่นแหละเจ้าค่ะ ตัวเองเลือกกุ้งกราแตงส์ ส่วนน้องเลือกเป็นซีฟู้ดส์กราแตงส์ (จำได้ว่างั้นนะเคอะ) ราคาก็ประมาณ 360 เยน แต่อร่อยยยม๊ากกกกกจริงๆๆๆ เจ้าค่ะ อยากจะกรีดร้องงงงงง  
หลังจากทานกันอิ่มหนำเรียบร้อย ก็มาถ่ายรูปบรรดาสินค้าหน้าคอนทุกชิ้นที่ซื้อมาได้จนครบเอาไว้เป็นที่ระลึกกัน 
ที่ไม่พอเลยเคอะ ต้องแยกถ่ายเฉพาะเสื้อต่างหากเจ้าค่ะ 
ส่วนด้านล่างนี้ เป็นส่วนของตัวเองที่ซื้อมา ปีนี้ก็ซื้อเท่านี้แหละเคอะ 
นอกจากของหน้าคอนแล้ว ก็มีเอาแต้มที่สะสมพ้อยต์ได้ครบตามจำนวนที่ทางแฟนคลับกำหนดแล้ว นำไปแลกร่มสีส้มมาได้เพิ่มอีกคันเจ้าค่ะ หุหุหุ 
เมื่อช่วงแฟนคลับอีเว่นท์ก่อนหน้า ก็แลกได้ถุงผ้าสีเขียวกับร่มสีฟ้ามาแล้ว สรุปก็เลยได้ร่มแบ่งกับน้องคนละคันเรียบร้อยเลยเจ้าค่ะ โฮะๆๆ  
สำหรับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหา ณ คอนวินส์รอบสุดท้ายนี้ ก็จบลงแต่เพียงนี้ล่ะเจ้าค่ะ เรื่องราวของวันจันทร์ที่ 11 สิงหานั้น ก็คงจะมีแต่พาเที่ยวเมืองหลวงเก่ามรดกโลกอีกแห่งล่ะนะ "คามาคูระ...เมืองแห่งประวัติศาสตร์หลายแผ่นดิน" แล้วติดตามนะเจ้าคะ  .
|