.。+:*・゚★.. Heart of windS ..☆゚・*:+。.
ตามรอย...w-inds. ณ Joypolis โลกแห่ง SEGA และเครื่องเล่นแห่งอนาคต...

420.gif420.gif ตามรอย...w-inds. ณ Joypolis โลกแห่ง SEGA และเครื่องเล่นแห่งอนาคต 420.gif420.gif

263119_5023400.gif 

เมื่อปี 2006 ช่วงเดือนตุลาคม เป็นช่วงได้หยุดพักร้อนพอดี ตัวเองก็เลยตัดสินใจแพ็คกระเป๋าไปเยือนประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ตของวินส์ที่รักนะคะ เพราะมันเป็นช่วงที่หนุ่มๆ หยุดพักกันพอดี แต่ว่าไหนๆ ก็มีวันหยุดทั้งทีแล้ว ก็ขอพักผ่อนให้สบายใจซักหน่อยแล้วกัน เพราะงั้นหัวข้อของทริปนี้จริงๆ แล้ว มีเป้าหมายหลักก็คือ...

420.gif420.gif จากมหานครโตเกียว...สู่เส้นทางสายโรแมนติคที่สุดในภูมิภาคคันโต...เมืองมรดกโลกนิกโก้ 420.gif420.gif

263119_5023400.gif

จริงๆ แล้ว ทริปนี้เดินทางตั้งแต่วันที่ 18 - 23 ตุลาคม 2006 ก็รวมเบ็ดเสร็จประมาณ 6 วันได้ (ไม่ใช่ 6 วันแบบเวลาเดินทางไปกับทัวร์นะ แบบนั้นเค้าเรียกว่านับวันเดินทางวันแรกกับวันเดินทางกลับลงไปด้วย ไม่คุ้มอย่างมากๆ) คราวนี้ก็เดินทางไปเองเหมือนเช่นเคย จองตั๋วเครื่องและโรงแรมต่างๆ เองทั้งหมด เอ...คงคิดว่า ได้ภาษาญี่ปุ่นล่ะสิคะ เปล่าเลยค่ะ ภาษาที่ใช้ติดต่อและพูดคุยกับคนที่โน่นน่ะ ภาษาอังกฤษอย่างเดียวเลย เดี๋ยวนี้คนญี่ปุ่นเข้าใจภาษาอังกฤษกันอย่างใช้ได้ทีเดียว ไม่มีปัญหาเลยค่ะ ตัวเองก็แอบแปลกใจเหมือนกัน สรุปว่า เอาตัวรอดกลับมาได้ทุกครั้งที่ไปญี่ปุ่นเลย อ้อ แต่ว่า คราวนี้มีแอบเซอร์ไพรส์เล็กๆ ด้วย ตอนที่เดินทางไปเมืองนิกโก้ ได้ใช้ภาษาจีนกับคนที่โน่นด้วยค่ะ 5555 ตกใจเลย แบบเขาพูดได้อ่ะ ไว้เรื่องนี้ค่อยเล่าถึงเวลาเขียนถึงตอนไปเยือนเมืองมรดกโลกนิกโก้แล้วกันน้อ

263119_5023400.gif


แต่สำหรับเรื่องที่จะนำมาลงในเอนทรี่วันนี้นั้น เป็นเรื่องราวในวันที่ 4 ของการเดินทางที่โน่น วันนี้พวกเรามีแพลนไปเที่ยวที่โอไดบะกัน (Odaiba) โอไดบะเป็นเขตพิเศษที่เกิดจากการถมทะเลขึ้นมาจนกลายเป็นแผ่นดิน การจะเดินทางไปที่ย่านนี้ ต้องนั่งรถไฟสายพิเศษ (มันเลยแพงเป็นพิเศษด้วย) ที่ชื่อว่า สายยูริกะโมเมะ (Yurikamome) เพื่อจะเดินทางข้ามไปยังเขตโอไดบะได้

263119_5023400.gif 

หลังจากตื่นนอนเรียบร้อย ก็เดินทางออกจากที่พัก โดยนั่งรถไฟใต้ดินจากสถานี ทาวาระมาชิ มาจนถึงสถานี ชิมบาชิ จากนั้นก็มาเปลี่ยนเป็นสายยูริกะโมเมะที่สถานีชิมบาชินี่แหละ และรถไฟสายยูริกะโมเมะก็พาเราวิ่งข้ามแม่น้ำขนานคู่ไปกับสะพานเรนโบว์บริดจ์ที่สวยงาม แต่เสียดายที่วันนั้นหมอกลงจัดมาก อาจเพราะเป็นช่วงอากาศปรวนแปรด้วย ทั้งที่จริงก็เข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงของที่โน่นแล้ว ก็เลยทำให้ทัศนียภาพความงามของสะพานลดลงไปอย่างน่าใจหาย

263119_5023400.gif 

พอข้ามพ้นมา เราก็ตัดสินใจลงกันที่สถานีแรกเลย คิดว่าจะค่อยๆ เดินดูไปเรื่อยๆ ตามตึกต่างๆ และไม่ลืมว่าเป้าหมายของวันนี้นั้น ก็คือ ตามรอยวินส์ที่รัก ที่โอไดบะแห่งนี้ พอลงมาด้านล่างแล้ว (รถไฟสายยูริกะโมเมะวิ่งเหมือนรถไฟฟ้าบ้านเราน่ะค่ะ) ก็จะเห็นตึกทางขวามือพอดี ที่นี่คือหนึ่งในเป้าหมายของเราในวันนี้ DECKS Joypolis SEGA หรืออีกชื่อคือ DECKS Tokyo Beach

หากใครติดตามวินส์ตั้งแต่ยุคสมัยแรกๆ ช่วงเมื่ออัลบั้มแรกๆ เลย ก็จะต้องรู้จักดีวีดี Private of w-inds. ที่ทั้งสามหนุ่มออกมาทำกิจกรรมกันยามว่างในสถานที่ต่างๆ ที่กำลังเป็นที่สนใจของทั้งสามคน และหนึ่งในสถานที่เหล่านั้น ก็คือ ที่นี่เลยค่ะ Amusement Park " Joypolis " ที่กำลังโด่งดังในสมัยนั้น

ด้านล่างตึกมีร้าน Cat Shop ที่ขายสินค้าเกี่ยวกับแมวเหมียวทุกชนิด รวมทั้งเหมียวน้อยตัวเป็นๆ ให้จับจองไปเลี้ยงดูที่บ้าน และยังมีห้องสำหรับให้ผู้ที่ไม่ได้เลี้ยงแมว แต่อยากมีโอกาสได้สัมผัสอุ้มเหมียวน้อยน่ารัก เข้าไปใช้บริการ โดยคิดเป็นรายชั่วโมงสำหรับการได้อยู่ใกล้ชิดกับเหมียวพันธุ์สวยๆ พิเศษๆ เหล่านั้น

 

หน้าร้านเหมียวๆ ค่ะ ในร้านมีแต่สินค้าเหมียวน่ารักมากๆ เลย ทุกอย่างเกี่ยวกับเหมียวหมด ไม่ใช่แค่ให้เหมียวน้อยที่น่ารักใช้อย่างเดียวนะคะ มีสินค้าที่ให้เราๆ เจ้าของผู้ชื่นชอบเหมียวใช้กันด้วย อย่างพวก ผ้าเช็ดหน้าลายแมวน้อย กระเป๋าผ้าลายเหมียว จาน ชาม ช้อน ส้อม แก้ว และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนน่าซื้อหามาใช้ทั้งสิ้น แต่ว่า ราคาก็ถล่มกระเป๋าอยู่ทีเดียวเชียวเลยค่ะ เราใช้เวลาวนอยู่ในร้านประมาณ 1 ชั่วโมงได้ เพราะแอบหลงรักน่นตะคุงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น น่นตะเป็นเหมียวลายเมฆดำเทาสวยงามเหลือเกินค่ะ พยายามร้องเรียกเราให้พาเค้ากลับบ้านตลอดเวลา น่ารักจริงๆ

 

จากนั้นพวกเราก็พากันเดินขึ้นมายังด้านบนที่ชั้น G ในตัวตึกก็เป็นลักษณะของห้างสรรพสินค้ามีแบ่งเป็นโซนๆ มีชื่อเรียกต่างกันไป ในภาพเป็นทางเข้าของโซน เอ...ไม่แน่ใจว่า อะไร Island ก็ไม่รู้ จำไม่ได้แล้วอ่ะค่ะ

 

ถ้าเดินผ่านโซนตะกี้ไปยังด้านหลัง ก็จะเห็นลานกว้างให้เรายืนชมสะพานเรนโบว์บริดจ์ (Rainbow Bridge) ได้เลย สะพานเรนโบว์บริดจ์นี้ สร้างข้ามอ่าวโตเกียว (Tokyo Harbor) กันเลยค่ะ ยิ่งใหญ่และสวยงามมาก เสียดายหมอกลงจัด เป็นแบบนี้ตั้งแต่เช้ายันค่ำเลยค่ะ ตอนที่ถ่ายรูปนี้ก็ประมาณ 10 โมงเช้าได้แล้ว แต่หมอกก็ยังหนาอยู่เลย

 

ซักพักก็มีกลุ่มนักเรียนมัธยมมาทัศนศึกษากันมากมาย เด็กๆ ก็พากันมุ่งหน้าขึ้นไปยังชั้นที่ 4 กันหมดเลยค่ะ ไม่รู้ว่าไปดูอะไรกัน จะว่าไปเล่นเครื่องเล่นก็ไม่เจอเลย จำไม่ได้ว่าด้านบนมีอะไรเหมือนกัน

 

พอเดินผ่านมาทางด้านหน้าอีกรอบ คราวนี้สังเกตุเห็นว่า มีร้านแปลกๆ ตั้งอยู่ด้วย ที่ทำให้สังเกตุก็ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ หุหุ เพราะมีกลุ่มหนุ่มๆ ญี่ปุ่นซัก 4-5 คนได้ ออมุงกันอยู่หน้าร้านนี้ ก็เลยเอะใจ ว่ามันร้านอะไร น่าสนใจกันขนาดนั้น พอเดินผ่านก็ถึงบางอ้อเลยค่า คงไม่ต้องบอกกันนะคะ ว่ามันร้านอะไร ดูจากในภาพก็น่าจะชัดพอควรแล้วววว  ที่โน่นเค้ามีร้านขายกันเป็นกิจจะลักษณะแบบนี้เลย ไม่รู้ที่เมืองไทยมีแบบนี้มั้ยเนี่ย แอบสงสัย???

 

หลังจากเดินเล่นด้านนอกพอควรแล้ว ก็ได้เวลาที่จะเข้ามาเยือนสถานที่แห่งความทรงจำแสนสนุกของเด็กๆ ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ใหญ่เช่นเราๆ ด้วย Tokyo Joypolis SEGA Amusement Theme Park ในภาพจะเห็นทางเข้าของสถานที่ แบบอะแมซซิ่งมากๆ เลยค่ะ มันเปิดออกแบบให้ความรู้สึกเหมือนกับ ได้เข้าสู่โลกอวกาศยุคอนาคต เหมือนประตูยานที่จะพาเราบินข้ามสู่โลกอวกาศ สัมผัสกับความล้ำยุคที่เหนือจินตนาการไม่รู้จบ

 

เครื่องเล่น ณ ชั้นที่ 1 ของโลกเซก้าแห่งนี้ที่เราต้องมาเยือนเป็นเครื่องแรก หุหุหุ จำกันได้มั้ยคะ ปิ๊งป่องๆๆ ใช่แล้วค่ะ เครื่องที่ทั้งสามหนุ่มได้มาลองแข่งกันไงคะ Halfpipe Canyon คุณจะได้ลองทดสอบความสามารถและเทคนิคการเล่น Snow Boarding

 

จริงๆ แล้ว ภายในนี้มืดมากนะคะ ทุกภาพที่ถ่ายภายในจอยโพลิสแห่งนี้ ผ่านการปรับแสงให้ชัดเจนโดยฝีมือของอิชั้นเรียบร้อยแล้ว โฮะๆๆ ไม่อย่างนั้น จะมองไม่เห็นเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะมันมืดจริงๆ ในภาพก็จะเห็นหนุ่มๆ กำลังทดสอบความสามารถทางสโนว์บอร์ดดิ้งแข่งกันอยู่ 2-3 คนได้ พอผลออกมาคนที่ชนะก็เฮลั่นกันเลยทีเดียวค่ะ สนุกสนานกันมากๆ

 

จากนั้น พวกเราก็พากันเดินขึ้นบันไดมา เพื่อจะไปยังชั้นที่ 2 ต่อไป ในภาพเราหยุดแวะพักถ่ายรูปกัน เพื่อให้เห็นวิวของชั้นที่ 4 ในจอยโพลิส ที่นี่มีทั้งหมด 4 ชั้นค่ะ และแล้วระหว่างที่กำลังถ่ายรูปอยู่นั้น พอหันหลังกลับมาทางกำแพงที่พักบันได ก็มองเห็นภาพต่อไปนี้เลยค่ะ ที่ทำเอาพวกเราร้องกรี๊ดดดกันซะจนพนักงานหันมามองกันตาเดียวเลย

 

หุหุหุ ก็จะใช่อื่นใดได้ที่ไหนกันคะ ถ้าไม่ใช่ภาพและลายเซ็นของทั้งสามหนุ่มที่ปรากฏแก่สายตาของพวกเรา เมื่อครั้งพวกเขาทั้งสามมาเยือนสวนสนุกแห่งโลกอนาคตแห่งนี้ 

 

งดงามอะไรเยี่ยงนี้นะเคอะ โฮะๆๆๆๆ ( มันบ้าไปอีกแย้ววว) หนุ่มๆ มาเยือนที่นี่ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2001 ก็ประมาณ 7 ปีก่อนได้แล้วล่ะค่ะ นานน่าดูเหมือนกันนะเนี่ย

 

ภาพมุมกว้างค่ะ ลายเซ็นและรูปของทั้งสามกินเนื้อที่ส่วนใหญ่ของกำแพงที่พักบันไดระหว่างชั้นที่ 1 กับ 2 เลยค่ะ และมีกรอบพลาสติกใสครอบกั้นเอาไว้ด้วย ไม่ใช่แค่พวกเราที่เห็นแล้วกรีดร้องกันเท่านั้นเองนะคะ พอวัยรุ่นสาวๆ ชาวญี่ปุ่นเดินผ่านมา เห็นเข้าบ้าง ก็ร้องเรียกเพื่อนๆ กรี๊ดกร๊าดกันไม่หยุดทีเดียวเลยค่ะ น่าปลื้มใจจริงๆ

 

ข้างๆ ติดกันกับลายเซ็นของหนุ่มๆ วินส์ ก็คือ ลายเซ็นและรูปของคนดังระดับโลกอีกคนที่ได้มาเยือนที่นี่ Leonardo DiCaprio เขามาเล่นที่ธีมพาร์คแห่งนี้ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 1997 ก็ประมาณ 11 ปีก่อนแล้วล่ะค่ะ นานจริงๆ ในภาพเขากำลังเล่นเครื่องเล่นที่มีชื่อว่า Spin Bullet เป็นเหมือนพวกหมุนๆ ปั่นๆ อย่างรวดเร็ว เหมือนพวก Spining Coaster นั่นแหละค่ะ จริงๆ ที่นี่ มีคนดัง ดาราฮอลลีวู้ดชื่อดังมากมายมาเยือน เรียกว่า ทุกกำแพงจะมี Hall of Frame แบบนี้อยู่ตลอดทุกๆ ที่เลยค่ะ

 

เครื่องเล่นชิ้นต่อมา หุหุหุ จำกันได้มั้ยเอ่ยคร้า ฮั่นแน่ ปิ๊งป่องๆๆ ถูกแล้วล่ะค่า นี่ก็เป็นเครื่องเล่นแห่งความทรงจำของทั้งสามคนที่ได้มาเล่นแข่งกันอย่างสนุกสนานอีกเครื่องหนึ่ง Power Sled ที่คุณสามารถทดสอบการแข่งขันความเร็วสุดๆ ไปกับรถเลื่อนหิมะได้

 

แล้วเราก็เดินสำรวจที่ชั้น 2 กันต่อ จนมาถึงที่นี่เลยค่ะ เอ...จำกันได้มั้ยคร้าว่าคือที่ไหนเนี่ยยยย อ๊ะๆๆ ปิ๊งป่องๆๆ ถูกต้องนะคร๊าบบบบบบบบ มันก็คือ เครื่องเล่นที่ริวอิจิคุงเลือกที่จะเล่น ตอนที่เขาให้แยกกันเล่นว่า ใครอยากเล่นเครื่องไหนเป็นพิเศษไงคะ และแล้วริวจังก็เลือกที่จะเล่นเครื่องนี้เอง Wild Jungle ที่ที่คุณสามารถสัมผัสกับธรรมชาติของป่าดงดิบที่ซ่อนเอาซากอารยธรรมโบราณไว้ภายใน โดยผ่านการนั่งยานจำลองแสนตื่นเต้นแบบซิมูเรเตอร์นั่นเอง

 

และแล้วพวกเราก็ตัดสินใจเล่นกันที่เครื่องนี้นั่นเองแหละค่า โฮะๆๆ  อ่ะนะ ไม่เล่นเครื่องเล่นที่หนูที่รักเล่นมาก่อน แล้วจะให้ไปเล่นของใครได้ล่ะเจ้าคะ กรี๊ดดดด  จากนั้นก็เดินมาซื้อตั๋วกันจากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติที่หน้าทางเข้าของเครื่องเล่นนี่เลยเจ้าค่ะ แต่จะบอกว่า อ่านแล้ว งงค่ะ ต้องเรียกพนักงานมาช่วยดู ช่วยกดให้หน่อย เพราะมันมีระบบแบบบันทึกตั๋วให้เก็บไว้ได้เล่นหลายๆ ที ก็เลยกลัวกดพลาด สุดท้ายก็เลยได้ตั๋วที่มีอายุการเก็บรักษาแต้มไว้ได้ถึง 1 ปีกลับมาด้วย พนักงานใจดีมากๆ เลยค่ะ โฮะๆๆ  พอเล่นกันอย่างสนุกสนานเรียบร้อย (สนุกจริงๆ นะ ริวจังเลือกได้เก่งจริงๆ เล้ยยย กรี๊ดดดด) พวกเราก็เดินเล่นจนครบทุกชั้นแล้ว ก็พากันออกจากสถานที่ธีมพาร์คแห่งความทรงจำแสนสนุกแห่งนี้ และไปยังจุดหมายที่สองของวันนี้ต่อไป

 

หลังจากออกมาจากตัวตึกแล้ว เดินลงมาด้านล่าง ก็จะมาอยู่ที่ด้านหน้าของตึก Aqua City ก็เป็นห้างที่มีชื่ออีกแห่งในย่านนี้เช่นกันค่ะ แต่พวกเรามีเวลาไม่พอ ก็เลยไม่ได้แวะเข้าไปดูด้านในกัน ตรงข้ามกับตึกนี้ ก็เป็นสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงมาก และเป็นเป้าหมายที่สองของเราในวันนี้ด้วย นั่นคือ...

 

Fuji Television Network หรือ ฟูจิทีวี ที่คุ้นหูกันนั่นเองแหละค่า เอ...พวกเรามากันทำไมน่ะหรือคะ ภาพด้านล่างนี่คือ คำตอบ

 

อืม...สำหรับคราวหน้าจะพาชมภายในฟูจิทีวีกันนะคะ มาตาเน้~~~

263119_5023400.gif

 

Comments

Post a comment














Only the blog author may view the comment.


Trackbacks
Trackbacks URL
http://windsheart.blog124.fc2.com/tb.php/117-1cdcd65a
Use trackback for this entry.

Profile

...★ Chiewy ★...

Author:...★ Chiewy ★...
..+:*~...My heart & soul's gone with w-inds. last forever...~*:+..



Music Box



Calendar

10 | 2009/11 | 12
Su Mo Tu We Th Fr Sa
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 - - - - -



Category



Latest Entries



Latest Comments



Latest Trackbacks



My Ads. Box



Counter



Online Counter



Counter II



Weather Forecast



My Visitors



Monthly Archive



Link

add link



Add Friend Form

Add this person to blog friend